In ข่าวสารทั่วไป

ไผ่ชนิดนี้ เป็นไผ่ของไทยพบขึ้นตามป่าทั่วไป พบมากที่สุดทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นิยมปลูกเพื่อเก็บเอาต้นหรือลำไผ่ไปใช้ประโยชน์และเก็บหน่อปรุงเป็นอาหารมาแต่โบราณแล้ว โดยมีชื่อเรียกกันว่า “ไผ่เลี้ยงหวาน” หรือไผ่หวาน มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ BAMBUSA MULTIPLEX (LOUR) RACUSCH มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์คล้ายกับไผ่ลวกมาก แต่ลำต้นจะอวบใหญ่กว่าอย่างชัดเจน ลำต้นตรง ไม่มีหนาม ต้นสูงประมาณ 4-5 เมตรเท่านั้น มีข้อแตกต่างกับไผ่เลี้ยงที่มีต้นหรือหน่อวางขาย และนิยมปลูกเป็นรั้วทั่วไปที่ลำต้นจะสูง 7-12 เมตรขึ้นไป มีลักษณะเป็นกอหลวมๆ เหมือนกัน

ข้อปล้อง จะยาวประมาณ 15-35 ซม. ลำต้น เมื่อแก่จะเป็นสีเขียวอมเหลือง แตกกิ่งก้านในส่วนกลางลำต้นขึ้นไปจนถึงปลายยอดตามข้อปล้อง ใบเป็นรูปใบหอกหรือรูปแถบ สีเขียวสด กาบหุ้มบริเวณข้อเป็นรูปสามเหลี่ยม สีเขียวอมเหลือง มีขนสีน้ำตาลปกคลุมหรืออาจเกลี้ยงบ้างเป็นบางกาบ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำต้น

ประโยชน์ ลำต้นใช้ในงานก่อสร้าง ทำไม้ค้ำยัน เฟอร์นิเจอร์ ปลูกเป็นแนวรั้ว เนื่องจากแตกเป็นกองดงามมาก ลำสม่ำเสมอไม่หนาแน่นนัก ซึ่งลำต้นสามารถใช้งานได้ หลังปลูกแค่ 1 ปีเท่านั้น หน่อปรุงเป็นอาหารได้หลายอย่าง รสชาติหวานกรอบรับประทานอร่อยมาก ต้มน้ำเพียงครั้งเดียวรับประทานได้เลย ไม่มีรสขมหรือรสเฝื่อนเจือปนเลย ให้หน่อดกมากตามฤดูกาล จึงทำให้ “ไผ่เลี้ยงหวาน” เก็บหน่อและต้นใช้ประโยชน์และขายได้คุ้มค่ายิ่ง “ไผ่เลี้ยงหวาน” ชอบดินร่วนปนทราย ไม่ชอบน้ำท่วมขัง แต่ชอบให้มีน้ำหล่อเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ บำรุงต้นด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยชีวภาพไม่ต้อง

“นายเกษตร”

ที่มา : https://www.thairath.co.th/content/1253651

Recommended Posts