In ข่าวสารจาก บก.ปทส.

กก.5 บก.ปทส. ขอรายงานผลการตรวจสอบเพิ่มเติม (เมื่อวันที่ 4 ม.ค.62) กรณี มีผู้ร้องเรียนผ่านหน่วยงานของรัฐและสื่อสังคมออนไลน์ ว่าในพื้นที่ หลุบพญา รีสอร์ท มีการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยผิดกฎหมาย และมีการบุกรุกพื้นที่ป่าบริเวณเกาะกลางแม่น้ำแควใหญ่ บริเวณ ต.วังด้ง อ.เมือง จว.กาญจนบุรี และต่อมามีการโพสต์ วีดีโอเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวลงในสื่อสังคมออนไลน์ (ยูทูป) ทำให้ประชาชนทั่วไปให้ความสนใจ ดังนี้

1. วันที่ 4 ม.ค.62 ระหว่างเวลา 09.00 – 15.00 น. พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการกระทำผิดทางอาญาที่เป็นนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ พ.ต.อ.พูนศักดิ์ ประเสริฐเมธ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี นายอชิระ ณ นคร ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี), เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้, เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ,กรมทรัพยากรธรณี,กรมเจ้าท่า,กรมประมง,สภ.ลาดหญ้า,กองพิสูจน์หลักฐาน, เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.๕ บก.ปทส. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ศราณุ โสมทัต ผกก.๕ บก.ปทส. ,พ.ต.ท.พีระพงศ์ การสมลาภ รอง ผกก.๕ บก.ปทส. ,พ.ต.ท.ศตวรรษ บุญมี รอง ผกก.๕ บก.ปทส. นำโดย พ.ต.ท.ประภาส อ่องมะลิ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.4 บก.ป. ช่วยราชการ บก.ปทส. ,พ.ต.ต.ศรายุทธ ศรีมัญจาบุรี สว.กก.๕ บก.ปทส., พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจจังหวัดกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ หลุบพญารีสอร์ท เลขที่ 82/3 หมู่ 1 ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี อีกครั้งหนึ่ง หลังจากก่อนหน้านี้คณะเจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้น เข้าตรวจสอบมาแล้วสองครั้ง

โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ ค.3/2562 ลง 3 ม.ค.62 โดยพบนายอยุทธ์ เพื่อนของนายเผด็จ เจ้าของหลุบพญารีสอร์ท เป็นผู้ให้ความยินยอมและนำตรวจค้น โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพื้นที่ส่วนที่เกินจากเอกสารสิทธิ์ นส.3 ก. ทั้ง 6 ฉบับ ปรากฏว่ามีพื้นที่ส่วนเกินทั้งสิ้น เนื้อที่ 12 – 0 – 84 ไร่ และพบว่ามีสิ่งปลูกสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ รวมทั้งสิ้น 28 รายการ และคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบฐานสะพานสลิง ลักษณะที่สามารถเชื่อมโยงไปยังบริเวณเกาะกลางแม่น้ำแควใหญ่(ที่ได้ตรวจยึดเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.61) และบริเวณเกาะกลางแม่น้ำแควใหญ่ก็ปรากฎฐานสะพานสลิงอีกจุดหนึ่ง ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าพื้นที่ที่ตรวจสอบกับพื้นที่ที่มีการร้องเรียนเป็นพื้นที่เดียวกัน ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหญ้า ได้ทำการตรวจยึดเอกสารในลิ้นชักตู้เหล็กภายในสำนักงานบริษัทหลุบพญา จำกัด จำนวน 8 รายการ ไว้ตรวจสอบ คณะเจ้าหน้าที่ร่วมกันพิจารณาแล้วเห็นว่าพื้นที่ส่วนที่เกินจากเอกสารสิทธิ์ นส.3 ก. จำนวน 6 ฉบับ เนื้อที่ 12 – 0 – 84 ไร่ ดังกล่าว ถือว่าเป็นป่า ตาม ม.4(2) พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 การยึดถือครอบครองพื้นที่ดังกล่าว จึงเป็นความผิดฐาน”ก่นสร้าง หรือแผ้วถางหรือ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ ม.54 และ 72 ตรี วรรค 2 “ฐานผู้ใดครอบครองป่าที่ถูกแผ้วถางให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลผู้นั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น” ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ ม.55 , “ฐานกระทำหรือละเว้นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐหรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหายหรือเสียหายไป” ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ม.97 สำหรับอาคารสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 28 รายการได้ทำการตรวจยึดไว้เปนหลักฐานของกลางและมีความประสงค์ที่จะให้ พงส.หรือพนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอริบทรัพย์สินของกลางตามกำหมายที่เกี่ยวข้องดังกล่าวด้วย จึงได้บันทึกการตรวจยึดพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องและได้มอบหมายให้นายไพโรจน์ เขียวแก้ว เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พงส. สภ.ลาดหญ้า ให้สืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ตาม ปจว.ข้อ 6 เวลา 18.00 น. คดีอาญาที่ 4/62

2. ช่วงระหว่างเวลา 09.30 – 15.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเกี่ยวกับการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ในพื้นที่ของหลุบพญารีสอร์ท ดังนี้
1.บริเวณที่คาดว่าเป็นกรงของหมีขอ (สัตวป่าคุ้มครอง จำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 194) โดยศูนย์พิสูจน์หลักฐานภาค 7 เป็นผู้ทำการเก็บวัตถุพยานส่งตรวจรหัสพันธุกรรม
2.บริเวณที่คาดว่าเป็นกรงของไก่ฟ้าหลังขาว(สัตวป่าคุ้มครอง จำพวกนก ลำดับที่ 6) โดยศูนย์พิสูจน์หลักฐานภาค 7 เป็นผู้ทำการเก็บวัตถุพยานส่งตรวจรหัสพันธุกรรม
3.ตรวจสอบบ่อจระเข้ ที่คาดว่าเป็นจระเข้น้ำจีด จำนวน 1 ตัว (สัตวป่าคุ้มครอง จำพวกสัตว์เลื้อยคลาน ลำดับที่ 35) และจระเข้ไคแมน จำนวน 1 ตัว และถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน โดยสัตวแพทย์ประจำส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เป็นผู้เก็บตัวอย่างเลือด และหน่วยเฉพาะกิจพญาเสือร่วมกับเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดกาญจนบุรี อายัดไว้ตรวจสอบ
4.ตรวจสอบซากกระดองเต่า ที่คาดว่าเป็นเต่าบึงหัวเหลือง(สัตวป่าคุ้มครอง จำพวกสัตว์เลื้อยคลาน ลำดับที่ 78) โดยศูนย์พิสูจน์หลักฐานภาค 7 เป็นผู้ทำการเก็บกระดองเต่าดังกล่าวเป็นวัตถุพยาน

คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่า หากผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ได้ผลเป็นที่เรียบร้อย และพบว่าเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายใด จะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษในภายหลัง จึงได้บันทึกการตรวจสอบ พร้อมรวบรวม หลักฐานที่เกี่ยวข้อง และนำไปลงประจำวันต่อหน้า พงส.สภ.ลาดหญ้า ตาม ปจว.ข้อ 7 เวลา 18.20 น. วันที่ 4 ม.ค.62
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
พ.ต.ต.ศรายุทธ ศรีมัญจาบุรี สว.กก.๕ บก.ปทส.
โทร 061-9496333 รายงาน

Recent Posts