In ข่าวสารจาก บก.ปทส.

%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b51-728x409

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พล.ต.คณิศร สุนทรธีมากร ผช.ผบ.ศรภ. นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ และหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติ โดยประกอบกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำโดย พ.อ.ศานิตย์ ซ้ายขวัญ หัวหน้าฝ่ายติดตามสถานการณ์ส่วนงานความมั่นคงด้านทรัพยากรป่าไม้ พ.อ.สุรพล เนื่องสกุล หัวหน้าฝ่ายติดตามสถานการณ์ส่วนเสริมสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมพลังงานและอาคาร ศปป.4 กอ.รมน. พล.ต.ต.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ปทส. พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผบก.ภ.จว.พังงา พล.ต.ต.ชาติชาย เอี่ยมแสง ผบก.ประจำ บช.ก. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4 พล.ต.ต.ณัฐแก้ว เมตตามิตรพงศ์ ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. นายภัตติพงศ์ สุนทรวง รรท.ผอ.ทสจ.พังงา นายพงศภัค เอี่ยมสกุล เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน นายรุจน์ ทองขจร นักวิชาการป่าไม้ชานาญการ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติ และสัตว์ป่า (พญาเสือ) นายวัชรินทร์ ถิ่นกลาง ผู้อานวยการสานักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 6 นายมานิต เพียรทอง ปลัดจังหวัดพังงา นายสุนทร วัฒนา เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา นายณชพงศ์ ประนิตย์ รักษาการใน ผอ.สนง.เจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา นำกำลังลงพื้นที่ปฏิบัติการตามยุทธการทวงคืนผืนป่าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระ–เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา

โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า หลังจากเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีกลุ่มนายทุนบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ หมู่เกาะระ – เกาะพระทอง จากนั้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม มีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ปฏิบัติการโดยการบินสำรวจโดยอากาศยาน ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าและป่าสงวนแห่งชาติ หมู่เกาะระ-เกาะพระทอง จากการบินตรวจสอบพื้นที่ พบว่ามีการกระทำความผิดจริงในจุดพิกัดหลายจุด ดังนี้ โดยพบพื้นที่แผ้วถาง1จุด จำนวน 1-2-12 ไร่ (ป่าสงวน) พบต้นปาล์มในพื้นที่9จุด จุดแรก 16-3-45 ไร่ จุดที่สอง 20 ไร่ จุดที่สาม 11-0-75 ไร่ จุดที่สี่ 184-3-86 ไร่ จุดที่ห้า 46-2-45 ไร่ จุดที่หก 282-2-65 ไร่ และจุดที่เจ็ด 46 ไร่ จุดที่แปด 74 ไร่ และจุดที่เก้า 250 ไร่ พบสวนยางพารา5จุด จุดแรก 3 ไร่ จุดที่สอง 5 ไร่ จุดที่สาม7ไร่ จุดที่สี่ 1-0-68 ไร่ และจุดที่ห้า 4-1-64 ไร่ และพบบังกะโลในพื้นที่1จุด จำนวน 2ไร่ คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 954 ไร่ มูลค่าความเสียหายประมาณ 100 ล้านบาท

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า พบว่าเป็นความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 1. ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 4(1), 54, 55, 72 ตรี 2. ร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครอง รวมตลอดถึงการก่อสร้างหรือเผาป่า กระทำด้วยประการใดให้เป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทรายในบริเวณที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้าม ในราชกิจจานุเบกษา หรือำาสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 2, 9, 108 ทวิ และ3. ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้างแผ้วถาง เผาป่า ทำไม้เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และตำรวจภูธร จ.พังงา สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว เบื้องต้นทราบว่าเป็นการกระทำของกลุ่มนายทุนที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองท้องถิ่น เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น เบื้องต้นมีการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.คุระบุรี ดังนี้ 1. ในส่วนของพื้นที่ที่พบต้นปาล์ม 282-2-65 ไร่ มีการร้องทุกข์เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม เป็นคดีอาญาที่ 216/60 พนักงานสอบสวน สภ.คุระบุรี ได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน จนเป็นที่แน่ชัดและเชื่อได้ว่า นายโสภณ ชลธี อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 305 หมู่ 12 ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา เป็นผู้ร่วมกระทำความผิด จึงได้ขออนุมัติออกหมายจับต่อศาลจังหวัดตะกั่วป่า และศาลได้อนุมัติหมายจับ เลขที่ 31/60 ลงวันที่ 9 มิถุนายน ในความผิดฐาน ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครอง รวมตลอดถึงการก่อสร้างหรือเผาป่า กระทำด้วยประการใดให้เป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทรายในบริเวณที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้าม ในราชกิจจานุเบกษา หรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาต,ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้างแผ้วถาง เผาป่า ทาไม้เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ

“2. พื้นที่พบต้นปาล์ม 46 ไร่ แจ้งความร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 214/60 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม ยังไม่ทราบตัวผู้กระทำผิด 3. พื้นที่พบปลูกปาล์ม74ไร่ แจ้งความร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 215/60 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม ยังไม่ทราบตัวผู้กระทำผิด และ4.บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนโครงการคุระบุรี 184-3-46 ไร่ พบว่ามีการปลูกต้นปาล์ม ได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 232/60 ลง 9 มิถุนายน ในความผิดฐานเดียวกับข้างต้น จากการสืบสวนทราบว่ามีเอกสารสิทธิ์ทางที่ดิน เนื้อที่ประมาณ 39 ไร่ ปรากฏชื่อ นายอากร โทณะวนิก อย่างไรก็ดี สำหรับผู้กระทำความผิดในที่ดินแปลงที่เหลือ จะได้พิสูจน์ทราบตัวบุคคลผู้กระทำความผิด จากเอกสารของทางราชการที่ได้มีการสำรวจรายชื่อไว้แล้วในการยื่นขอสิทธิทำกิน (สทก.) และจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป”รองผบ.ตร.กล่าว

 

ที่มา : https://www.matichon.co.th/news/577918

Recommended Posts