In ข่าวสารทั่วไป

ใครว่าการผูกเชือกรองเท้าจะมีเทคนิคการผูกแบบซ้ำ ๆ เดิม ๆ อยู่แค่ไม่กี่วินาที หรือกระทั่งใช้วิธีการผูกรองเท้าแบบเดียวกับรองเท้าที่มีจุดประสงค์การใช้ งานที่แตกต่างกัน ซึ่งนอกจากจะดูน่าเบื่อแล้ว ในบางครั้งอาจส่งผลต่อสุขภาพเท้าของผู้สวมใส่เองด้วย โดยในวันนี้ได้นำทริคการผูกเชือกรองเท้าแบบสุดคูลมาแนะนำให้ทราบกันแล้ว ลองชมรูปตัวอย่าง แล้วนำไปทดลองใช้กันได้เลย

c3

– แบบซิปเปอร์ (Zipper)
วิธีผูกเชือกรองเท้าที่นำมาฝากมีชื่อว่า ซิปเปอร์ โดยวิธีการผูกเชือกรองเท้าแบบนี้ค่อนข้างเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบเล่นสเกตอยู่ ไม่น้อย นั่นเพราะเวลาผูกแล้วจะค่อนข้างแน่นกระชับเท้าพอสมควร ดังนั้น เวลาเคลื่อนไหวโลดโผนโจนทะยานในท่วงท่าต่าง ๆ ผู้สวมใส่จะได้ไม่ต้องกังวลว่าเท้าจะพลิกหรือได้รับบาดเจ็บ และนอกจากจะส่งผลดีต่อนักสเกตแล้ว วิธีดังกล่าวยังเหมาะกับรองเทาบูท รองเท้าปีนเขา หรือรองเท้าชนิดใดก็ได้ที่ต้องการการซัพพอร์ทที่ดี เริ่มต้นโดยการร้อยเชือกเข้าไปในรูช่องที่อยู่ล่างสุด (จากด้านใน) ข้ามไปอีกด้าน แล้วดึงปลายเชือกทั้งสองด้านออกมา จากนั้นร้อยปลายเชือกย้อนขึ้นมาด้านบนเพื่อใส่ในรูตรงกันข้าม โดยที่สอดปลายเชือกผ่านทางเส้นขวางที่ร้อยตัดข้ามไว้ตอนเริ่มต้น เมื่อร้อยเชือกทั้งสองด้านขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทักไขว้เป็นรูปกากบาทย้อนขึ้นไป โดยที่ทุกครั้งที่ร้อยโยงขึ้นไปให้สอดปลายเชือกลอดใต้แนวเดิมของแต่ละข้าง ที่ร้อยไว้ก่อนหน้าทุกครั้ง จนกระทั่งเกือบจะสุดความยาวของเชือกรองเท้า หรือว่ารูของรองเท้า เพราะต้องเหลือไว้ผูกตอนจะใส่อีกครั้งก็เป็นอันเสร็จ

c5

– แบบลูป แบ็ค (Loop Back)
วิธีนี้จะเหมาะกับรองเท้าที่มีเชือกรองเท้าที่ค่อนข้างหนา ทรงกลม (ไม่แบนเรียบเหมือนเชือกทั่ว ๆ บางชนิด) โดยเฉพาะเชือกรองเท้าที่มีสีสว่างและตัวรองเท้าเป็นสีโทนมืด เนื่องจากมันจะช่วยขับให้รองเท้าดูเด่นขึ้นมาก หรือถ้าใครอยากจะเพิ่มความแปลกเข้าไปอีก ก็สามารถใช้เชือกรองเท้าที่มีสองสีรวมอยู่ในเส้นเดียวก็เก๋กู้ดไม่เบา เริ่มต้นก็เหมือนกับวิธีก่อนหน้านี้คือ ร้อยเชือกเข้าไปที่รูร้อยเชือกที่อยู่ด้านล่างสุด เมื่อดึงปลายทั้งสองข้างออกมาแล้วให้นำมาไขว้คล้องกัน ก่อนจะสอดเชือกจากด้านในแล้วดึงออกมาด้านนอก ทำตามขั้นตอนดังกล่าวไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงช่องสุดท้าย แล้วค่อยผูกเชือกปิดท้ายตามปกติ เพียงเท่านี้รองเท้าคู่เก่งของคุณก็จะมี

c4

– แบบดับเบิล แบ็ค (Double Back)
สำหรับวิธีการผูกเชือกรองเท้าสไตล์ดับเบิล แบ็คนี้ น่าจะถูกอกถูกใจคนที่ชอบความทะมัดทะแมง ดูเข้มแข็งหน่อย ๆ เพราะวิธีการร้อยเรียงเชือกรองเท้าค่อนข้างดูแน่น เหมือนตาข่ายที่ขึงรองเท้าให้กระชับ สามารถผูกกับรองเท้าผ้าใบหรือบูทก็ได้ เริ่มต้นที่การร้อยเชือกผูกรองเท้าตัดข้ามระหว่างรูทั้งสองฝั่งเหมือนปกติ ทว่าคราวนี้ให้ร้อยระหว่างรูที่สองจากแถวบนก่อน รวมไปถึงร้อยจากด้านบนลงล่าง จากนั้นให้โยงปลายเชือกลงมาด้านล่างโดยเว้นหนึ่งแถวไปจนสุดแถว เสร็จแล้วโยงขึ้นกลับที่แถวที่สองจากล่าง ขณะที่ให้ปลายเชือกแต่ละข้างอยู่ฝั่งเดียวกัน คราวนี้ให้ร้อยเชือกไขว้กลับไปแถวบน จนกระทั่งถึงแถวบนสุดแล้วก็ผูกเชือกตามปกติ

c2

– แบบแลดเดอร์ (Ladder)
วิธีการผูกเชือกแบบนี้ถึงจะดูเรียบง่าย แต่ก็เท่อยู่ไม่น้อยเลยเชียว ซึ่งขอเรียกง่าย ๆ ว่าวิธีผูกเชือกแบบขั้นบันไดแล้วกัน เพราะแค่ชื่อก็บ่งบอกชัดเจนอยู่แล้ว นอกจากนี้มันยังเป็นการร้อยเชือกรองเท้าที่เหมาะกับรองเท้าบูทเอามาก ๆ ด้วย อันดับแรกก็ให้ร้อยเชือกข้ามมาระหว่างรูที่อยู่ด้านล่างสุด โดยร้อยจากด้านในออกมาด้านนอก แล้วสอดลงไปที่รูเชือกรองเท้าด้านบน (ฝั่งเดียวกันกับปลายเชือกที่โผล่ออกมา) จากนั้นร้อยให้ปลายเชือกทั้งสองไขว้กันไปมา โดยที่สอดเกี่ยวเข้าไปในส่วนที่ร้อยเป็นแนวตรงขึ้นมาทีนึง แล้วถึงสอดปลายเชือกเข้าไปที่รูด้านบน ทำต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงรูด้านบนสุดแล้วจึงผูกเก็บให้แน่นตามปกติ

c7

– แบบซอร์ทูธ (Sawtooth)
มาถึงวิธีการผูกเชือกรองเท้าแบบฟันเลื่อยกันบ้าง ซึ่งเทคนิคการผูกเชือกแบบนี้เข้ากันได้ดีกับทั้งรองเท้ากีฬาและรองเท้าบูท แถมยังดูเท่ไม่ซ้ำใครอีกด้วย นอกจากนี้วิธีการร้อยก็ไม่ยุ่งยากเลยสักนิด เริ่มต้นที่ร้อยเชือกพาดระหว่างสองฝั่งที่รูด้านล่างสุด โดยสอดปลายเชือกจากด้านนอกเข้าด้านใน แล้วดึงปลายรองเท้าข้างนึง (ขอเรียกว่า A กันความสับสน) จากด้านในสอดออกมาด้านนอก จากนั้นจึงนำปลายเชือกสอดลงไปในรูฝั่งตรงข้ามที่อยู่แถวเดียวกัน เสร็จแล้วให้ร้อยทแยงขึ้นข้ามไปอีกฝั่ง เพื่อสอดเชือกจากด้านในออกมาที่ปลายรูร้อยเชือกรองเท้าแถวที่สี่ (นับจากข้างล่าง) คราวนี้ก็สอดปลายเชือก A ลงไปในรูด้านตรงข้ามของแถวที่สี่ ทำตามขั้นตอนนี้ไปจนกระทั่งถึงรูสุดท้ายด้านบน ขณะที่ปลายเชือกด้าน B หลังจากที่ร้อยผ่านขั้นตอนแรกมาแล้วก็ให้สอดปลายเชือกจากด้านในออกมาด้านนอก ที่รูแถวที่สาม เสร็จแล้วก็ทำเหมือนกับขั้นตอนของเชือกแถว A ไปจนถึงรูด้านบน แล้วผูกเชือกรองเท้าตามปกติ

c9

– แบบดิสเพลย์ (Display)
วิธีการผูกเชือกแบบนี้ค่อนข้างได้รับความนิยมอยู่พอสมควรเหมือนกัน เพราะถือว่าเป็นการร้อยที่ไม่ยากมากนัก แต่กลับดูดีอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งแบบดิสเพลย์นี้มีชื่อเรียกอีกแบบนึงว่า แคนาเดี้ยน โดยมีที่มาจากนักกีฬาฮอคกี้ชาวแคนาดาบางคนที่เชื่อว่าวิธีการผูกเชือก รองเท้าแบบนี้จะแน่นกระชับเท้าเวลาวิ่งในสนาม อันดับแรกร้อยปลายเชือกทั้งสองข้างจากด้านนอกเข้าด้านในแถวล่างสุด ถัดมาก็สอดปลายเชือกเป็นแนวทแยงขึ้นไปทีละแถวสลับฝั่งกันไปมา จนสุดที่รูด้านบนสุด แล้วก็ผูกเชือกเอาไว้ใต้ลิ้นรองเท้าเพื่อซ่อนปมไว้ เป็นอันเสร็จ เห็นมั้ยล่ะว่าง่ายนิดเดียวเอง!!

c11

– แบบทวิสตี้ (Twistie)
เทคนิคการผูกเชือกรองเท้าแบบทวิสตี้นี้จะดูเข้ากันได้ดีกับทรงรองเท้าที่มี ลักษณะค่อนข้างหนา และเชือกรองเท้าเส้นกลม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชือกที่มีสีสว่าง ขณะที่รองเท้าเป็นสีเข้ม ซึ่งส่วนใหญ่ก็คงหนีไม่พ้นรองเท้าผ้าใบแนวแฟชั่นหรือรองเท้าสำหรับนักสเกต สำหรับขั้นตอนการผูกเชือกรองเท้าวิธีนี้อาจดูซับซ้อนสักนิดนึง แต่ถ้าทำได้รับรองว่าแหล่มแน่นอน ซึ่งเริ่มต้นก็เหมือนทุกทีคือร้อยเชือกพาดระหว่างรูทั้งสองข้างที่อยู่ด้าน ล่างสุด โดยร้อยจากด้านในออกมาด้านนอก เสร็จแล้วให้นำเชือกทั้งสองข้างมามัดรวมกันรอบนึง (คล้าย ๆ กับเลข 8) แล้วถึงค่อยสอดปลายเชือกใส่รูที่อยู่ตรงข้าม ทำต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสุดรูร้อยเชือกรองเท้า

c12

– แบบฮิดเดน น็อท (Hidden Knot)
นี่คืออีกหนึ่งวิธีฮอตที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้กัน โดยเฉพาะคนที่ชอบอะไรแบบเรียบง่าย ๆ ไม่มีปมเชือกที่ผูกให้ดูเกะกะ ส่วนใหญ่รองเท้าที่คนนิยมผูกเชือกแบบซ่อนปมนี้ก็คือรองเท้าผ้าใบ อ้อ! อันที่จริงวิธีผูกเชือกรองเท้าแบบนี้มีหลายแบบมาก ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละคน เริ่มต้นเหมือนทุก ๆ ครั้งด้วยการร้อยเชือกคาดทั้งสองฝั่งที่รูด้านล่างสุด โดยสอดปลายเชือกทั้งสองข้างจากด้านนอกเข้าด้านใน เสร็จแล้วดึงปลายข้างซ้าย (ด้าน A) สอดเข้ารูที่อยู่ถัดไปด้านบนจากข้างใน แล้วค่อยพาดไปใส่รูฝั่งตรงข้ามที่อยู่แถวเดียวกัน จากนั้นดึงปลายเชือก A ย้อนขึ้นไปด้านบนอีกครั้งแต่คราวนี้ให้เว้นไว้หนึ่งช่องสำหรับปลายเชือกฝั่ง ขวา (ด้าน B) ที่ต้องสอดขึ้นมาหลังจากเว้นไว้หนึ่งช่องในแถวที่สอง ต่อมาก็ทำแบบเดียวกันสลับระหว่างเชือกฝั่ง A และ B ไปเรื่อย ๆ กระทั่งถึงรูสุดท้าย แล้วขมวดปมไว้ใต้รองเท้า

c14

– แบบเชคเกอร์บอร์ด (Checkerboard)
มาถึงสไตล์การผูกเชือกรองเท้าที่น่าจะถูกใจวัยโจ๋จำนวนมากอีกวิธีหนึ่งเลยที เดียว สำหรับวิธีผูกลายตารางหมากรุก ซึ่งค่อนข้างเหมาะกับรองเท้าผ้าใบที่หน้ากว้าง และไม่ได้ต้องการความกระชับจากรองเท้ามากนัก ทั้งนี้ โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่เลือกผูกเชือกลายตารางจะเลือกใช้เชือกผูกรองเท้าอย่าง ละสี (วิธีนี้ต้องใช้เชือก 2 เส้น) เพราะจะช่วยให้ลายดูมีมิติมากกว่า ขั้นตอนแรกต้องเริ่มต้นด้วยการผูกเชือกรองเท้าแบบซ่อนปมกับเชือกเส้นก่อน แต่ให้เว้นรูแถวบนสุดเอาไว้ เสร็จแล้วจึงใช้เชือกเส้นที่สองร้อยทับเชือกเส้นแรกลงมาในแนวตั้ง โดยที่สอดเชือกสลับขึ้นลงไปมาจนถึงปลายอีกด้าน ถัดมาก็ร้อยขึ้นลงไปมาอีกด้วยวิธีเดิม เมื่อร้อยเรียงแถวครบเรียบร้อย ให้นำปลายเชือกเส้นแรกสอดเข้ารูแถวสุดท้ายด้านบน จากนั้นร้อยปลายเชือกเส้นที่สองเข้ากับเส้นแรก จนสุดท้ายนำปลายเชือกทั้งสองเส้นมาผูกตามปกติ

c15

– แบบแลททิส (Lattice)
มาปิดท้ายกันด้วยวิธีผูกเชือกรองเท้าแบบแลททิสหรือลายตาข่าย ซึ่งก็ถือว่าได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นอยู่จำนวนไม่น้อย โดยจุดเด่นของการผูกวิธีนี้คงอยู่ที่ลายตาข่ายที่อยู่ตรงจุดกึ่งกลางนั่นเอง เริ่มต้นด้วยการสอดเชือกรองเท้าระหว่างรูแถวล่างสุดทั้งสองฝั่งเหมือนเช่น เคย จากนั้นร้อยปลายเชือกทั้งสองด้านสลับกันขึ้นไปด้านบน โดยให้เว้นรูเชือกผูกรองเท้าไปประมาณสี่รู (ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนรูของรองเท้าแต่ละรุ่น ดูที่ความเหมาะสม) ถัดมาให้ดึงปลายเชือกแต่ละข้างจากด้านในออกมาด้านนอกที่รูด้านบนของแต่ละ ฝั่ง เสร็จแล้วก็โยงเชือกย้อนกลับมาใส่แถวที่สอง จากนั้นก็สอดขึ้นมาในรูด้านบนของแต่ละฝั่ง ก่อนจะลากปลายเชือกกลับขึ้นไปสอดที่รูด้านบน (เหนือแถวที่ร้อยไว้เมื่อตอนต้น) เสร็จแล้วให้ร้อยเชือกไขว้กันสำหรับแถวสุดท้ายก็เป็นอันเสร็จ

เครดิตจาก : กระปุกดอทคอม

สนับสนุนโดย กองบังคับการปรามปราบการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กองบังคับการปราบปราม, บก.ปทส.

Recommended Posts