In ข่าวสารจาก บก.ปทส.

ผอ.สบอ.3 บ้านโป่ง นำกำลังอุทยานฯ ปกครอง ทหาร ตำรวจ  ตรวจรีสอร์ทดัง บ้านผาสวรรค์ยึดพื้นที่รุกป่า35ไร่ พร้อมบ้านพัก77หลัง ถูกจับมาแล้ว2ครั้ง ยังกล้ารุกสร้างเพิ่ม

3 ต.ค.61 – นายดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) พร้อมด้วย พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า/ผบ.ร.29 กกล.สุรสีห์ นายธรรมรัฐ วงศ์โสภา ผอ.ส่วนอุทยานฯ นายพงศ์สรรค์ ดิษฐานุพงศ์ หน.อุทยานแห่งชาติลำคลองงู นายสังวาล แสงสวัสดิ์ ผช.หน.อุทยานฯ นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หน.อุทยานฯเขาแหลม นายชาติชาย ศรีแผ้ว หน.สำนักงานสนับสนุน การป้องกันและปราบปรามที่ 1(ภาคกลาง) ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร ส่วนฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ อุทยานฯเขาแหลม อุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ อุทยานฯลำคลองงู  ตำรวจสภ.ทองผาภูมิ ตำรวจบก.ปทส. ตชด.135 ฝ่ายปกครอง อ.ทองผาภูมิ ทหารฉก.ลาดหญ้า ทหารร้อยรส.มทบ.17 นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นายเข้าปฎิบัติการตรวจสอบ รีสอร์ทบ้านผาสวรรค์ หรือบ้านผลไม้ยักษ์ ริมถนนสายสหกรณ์นิคม-คลิตี้ ม.5 ต.สหกรณ์นิคม อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

โดยนายสังวาล แสงสวัสดิ์  ผช.หน.อุทยานฯลำคลองงู นำหมายค้นศาล จ.ทองผาภูมิ เข้าแสดงต่อนายอนุศักดิ์ สัสดี อายุ 21 ปี ผู้ดูแลรีสอร์ทบ้านผาสวรรค์ หรือบ้านผลไม้ยักษ์ (บ.ไม้ดอกไม้ผล จำกัด) หลังจากนายอนุศักดิ์ตรวจดูหมายศาลจนละเอียด จึงเปิดประตูด้านหน้ารีสอร์ท อนุญาตให้คณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ภายในรีสอร์ท

เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลัง ทำการตรวจสอบพื้นที่ โดยพบว่ารีสอร์ทแห่งนี้ก่อสร้างอย่างใหญ่โตอลังการในเนื้อที่นับ 100 ไร่อยู่ท่ามกลางขุนเขาและลำธารน้ำ ล้อมรอบด้วยป่าไม้สมบูรณ์ ซึ่งเป็นต้นน้ำลำธาร มีบ้านพักปลูกสร้างเป็นรูปทรงต่างๆ เหมือนถ้ำบ้าง ตอไม้บ้าง ต้นไม้บ้าง และรูปทรงผลไม้ชนิดต่างๆ รวมทั้งมีสวนน้ำขนาดใหญ่และธารน้ำตกธรรมชาติ พบว่าบริเวณด้านในรีสอร์ท และด้านข้างติดกับลำธารมีการปลูกสร้างบ้านพักจำนวน 77 หลัง รุกพื้นที่ป่าบ้านห้วยสมจิตรในเขตอุทยานแห่งชาติลำคลองงู และในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพระฤาษี-ป่าเขาบ่อแร่ แปลง 1 จำนวน 34 ไร่ 3 งาน 39 ตารางวา เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดพื้นที่ป่า และบ้านพักทั้งหมด

นายดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า เดิมพื้นที่แห่งนี้เคยถูกจับกุมดำเนินคดี เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2556 โดยจับกุมนายทัดตะวัน บุญสน และน.ส.ลลิตา อุ่นทิม ในข้อหาบุกรุกป่า ต่อมาพนักงานอัยการ สั่งไม่ฟ้องทั้งสองคน ด้วยเหตุขาดเจตนา และพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง ส่วนข้อหาทำไม้หวงห้าม และข้อหามีและใช้เลื่อยโซ่ยนต์ ศาลฏีกาได้พิพากษาจำคุก นายทัดตะวัน บุญสน 18 เดือน ของกลางริบ และได้ดำเนินการ ออกคำสั่งทางปกครอง ตามมาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและพืชผลอาสิน ทั้งมีการฟ้องคดีต่อศาลปกครอง

ข้อเท็จจริง จึงปรากฏทั้งในสำนวนการสอบสวนของอัยการและสำนวนคดีของทั้งสองศาลว่า นายไพโรจน์ สุขจั่น และ น.ต.บุญเลิศ สุขจั่น เป็นเจ้าของผาสวรรค์รีสอร์ท อ้างว่าได้รับผ่อนผัน จากการเป็นผู้ได้รับการสำรวจถือครองที่ดินตามมติครม. เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2541 แต่พนักงานเจ้าหน้าที่พบว่า ทั้งสองนายครอบครองที่ดินเมื่อปีพ.ศ. 2539 หลังการประกาศป่าสงวนฯ โดยตามแบบ ทป.4 ระบุการได้มาโดย “จับจอง” และ “ซื้อขาย” ในขณะที่ในสำนวนระบุว่า “รับการยกให้จากผู้ครอบครองคนเดิม”

ทั้งนี้พบว่ายังมีการขยายพื้นที่เพิ่มเติมออกไปอีก มีการเปลี่ยนสภาพการทำประโยชน์จากเดิมทำการเกษตร เป็นรีสอร์ทที่พัก แม้ภายหลังออกคำสั่งให้รื้อถอน ก็ยังคงฝ่าฝืนก่อสร้างเพิ่มขึ้นอีก 19 รายการ นอกจากทั้งสองรายจะไม่ได้รับความคุ้มครอง ตามมติครม. 30 มิ.ย.2541 เนื่องจากผิดเงื่อนไขแล้ว ยังจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอีกด้วย

เนื่องจากสืบสวนพบว่า เป็นผู้แจ้งการสำรวจถือครองที่ดินพิพาท ตามมติครม. เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.41 แต่ปฏิบัติผิดกฎหมาย และไม่ได้รับการผ่อนผันตามมติครม.เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.41 เนื่องจากไม่ใช่ผู้ครอบครองรายเดิมอย่างต่อเนื่อง แต่ได้ที่ดินมาโดยการจับจอง หรือซื้อขาย หรือรับการยกให้จากผู้ครอบครองรายเดิม แล้วต่อมายังมีการบุกรุกขยายพื้นที่เพิ่ม รวมถึงมีการเปลี่ยนสภาพการทำประโยชน์ จากเดิมทำการเกษตรเป็นรีสอร์ท มีสิ่งก่อสร้างกระทบกระเทือน ต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ในการดำเนินคดีเนื่องจากปรากฏพยานหลักฐานใหม่ และมีการก่อสร้างเพิ่มเติมในพื้นที่ตรวจยึดคดีเดิม นอกจากการดำเนินคดีอาญาแล้ว ได้สั่งการให้อุทยานแห่งชาติลำคลองงู เร่งรัดดำเนินมาตรการทางปกครองโดยการออกคำสั่งตามม.21 และ ม.22 แห่งพรบ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 โดยเคร่งครัดต่อไป และมอบหมายให้หัวหน้าอุทยานฯลำคลองงู พร้อมนายช่างรังวัดเป็นผู้กล่าวโทษและพยานต่อพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ เพื่อติดตามตัวเจ้าของรีสอร์ท 2 รายคือ นายไพโรจน์ สุขจั่น และ น.ต.บุญเลิศ สุขจั่น มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมารีสอร์ทดังแห่งนี้ ได้ถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจับกุมดำเนินคดี มาแล้ว 2 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3

 

ที่มา : https://www.thaipost.net/main/detail/19026

Recommended Posts