In Uncategorized

1501578314_img_1129

ต.สันดอนแก้ว อ.แม่ทะ – จนท.อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัยสนธิกำลังลำปางดักสกัดชาวไทย และชาวกัมพูชา ลักลอบตัดไม้หวงห้ามใกล้สูญพันธ์ุในป่าห้วยแม่ยอน พร้อมแพ็คลงกล่องอย่างดีเตรียมส่งต่อไปขาย

วันที่ 1 สิงหาคม 2560 เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย จ.แพร่ นำโดย นายบทมากร ศรีสุวรรณ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฎิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง และ สภ.แม่ทะ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ตลอดจนเจ้าหน้าที่หน่วยป่าไม้ลำปาง เจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 32 และเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้นำตัวผู้ต้องหา  6 คน เป็นชาวไทย และชาวกัมพูชา พร้อมของกลางรถยนต์กระบะ ทะเบียน จ.ลำพูน และไม้กฤษณา ซึ่งเป็นไม้หวงห้าม น้ำหนักกว่า 150 กิโลกรัม ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ อ.แม่ทะ  หลังเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งเป็นขบวนการมาจากต่างถิ่น ได้เข้ามากระทำความผิดในพื้นที่ป่าห้วยแม่ยอน เขตบ้านสันดอนแก้ว ต.สันดอนแก้ว อ.แม่ทะ ซึ่งเป็นเขตป่าที่อยู่ในเขตรอยต่อระหว่างอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่จางใต้ฝั่งซ้าย

เจ้าหน้าที่จับกุมได้ขณะที่กำลังลำเลียงไม้กฤษนา ที่พึ่งตัดออกมาจากป่าใส้ท้ายรถยนต์กระบะ โดยมี นายเจี้ยะ มรุพงค์ อายุ 48 ปี ชาว อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ขับออกมา พร้อมคนงานชายอีก 5 คน ซึ่งเป็นชาวกัมพูชาทั้งหมด ส่วนบริเวณท้ายกระบะพบไม้กฤษนาซึ่งเป็นไม้เนื้อหอมถูกตัดให้เป็นชิ้นเล็กๆ วางเรียงอยู่ในกล่องกระดาษ 7 กล่องใหญ่ ที่พร้อมแพ็คส่งต่อ โดยระบุข้างกล่องว่าดอกไม้สด เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ในการขนส่ง ทางเจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวมาทำการสอบสวน และขยายผล ก่อนที่จะนำตัวมายัง สภ.แม่ทะ เพื่อส่งดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาร่วมกันทำไม้ แปรรูปไม้ และมีไม้หวงห้ามไว้ในความครอบครอง เพื่อจำหน่าย

ไม้กฤษณาทั้งหมดนั้นคาดว่าจะมีใบสั่งซื้อจากนายทุนต่างถิ่น โดยผู้ต้องหาทั้งหมดได้ร่วมกันเข้ามาลักลอบตัดในช่วงกลางคืน ก่อนที่จะลำเลียงออกมา และได้บรรจุลงในกล่องเพื่อเตรียมส่งไปจำหน่าย ซึ่งหากไม้ล็อตนี้ส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศจะมีราคาซื้อขายสูงกว่า 200,000 บาท หรือหากขายในประเทศไทยจะมีราคา 75,000 บาท สำหรับไม้กฤษณาส่วนใหญ่จะนำไปสกัด เพื่อทำเป็นน้ำหอม หรือน้ำมันหอมระเหย เนื่องจากเป็นไม้เนื้อหอมชั้นดี ทำให้เป็นที่ต้องการของนายทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ จนทำให้ไม้กฤษณาป่าในประเทศไทยถูกบุกรุกจนใกล้จะสูญพันธุ์เข้าไปทุกที.

 

ที่มา : http://www.konlampang.com/newsdetail.php?nID=297

Recommended Posts