In ข่าวสารทั่วไป

ในยุคสมัยก่อน นิยมปลูกกล้วยไม้ชื่อ “มิสโจคิม” กันมากในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่จะปลูกเป็นแนวรั้วบ้านสำนักงานเป็นแถวยาว ต้นสูงได้เกิน 2 เมตร ทำให้เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันดูงดงามยิ่ง ในยุคนั้นนิยมตัดดอกปักแจกันบูชาพระและร้อยอุบะแทนร้อยด้วยดอกกุหลาบหรือแทนดอกจำปี มีคนซื้ออย่างกว้างขวาง ในยุคนั้นใครมอบ “มิสโจคิม” จะทำให้ผู้รับกับผู้มอบรู้สึกปลื้มใจมาก ปัจจุบันคนรุ่นใหม่น้อยคนนักจะรู้จัก

มิสโจคิม เป็นกล้วยไม้ในสกุลแวนด้า เกิดจากฝีมือนักวิชาการของประเทศสิงคโปร์ โดยมีพันธุ์แม่เป็นกล้วยไม้ไทยชื่อ “เอื้องโมกข์” แต่ไม่ได้บอกด้วยว่าขยายพันธุ์ด้วยวิธีไหน เมื่อได้ลูกไม้ออกมานำไปปลูกแล้วมีดอกสวยงาม ดอกดกและมีดอกตลอดทั้งปี แตกต่างจาก “เอื้องโมกข์” สายพันธุ์แม่ที่จะมีดอกเฉพาะฤดูกาลเท่านั้น ผู้เพาะและขยายพันธุ์เชื่อว่าเป็นกล้วยไม้กลายพันธุ์ถาวรแน่นอนแล้ว จึงตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า แวนด้า “มิสโจคิม” ดังกล่าวพร้อมใช้เป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศสิงคโปร์เรื่อยมา จนกระทั่งปัจจุบัน มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำต้นกลมเรียวเป็นข้อปล้อง ต้นสูงได้เกินกว่า 2 เมตร ใบเป็นแท่งกลมยาวเหมือนกับลำต้น ปลายมน โคนติดกับลำต้น ออกตรงกันข้ามหรือเหลื่อมกันเล็กน้อย ยาวได้ 10-12 ซม.

ดอก ออกเป็นช่อตามข้อ 3-4 ดอกต่อช่อ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกแผ่กว้างจำนวน 5 กลีบ เป็นรูปกลมมนสีชมพูอ่อนหรือชมพูอมม่วง กลีบปากขนาดเล็กเป็นสีชมพูเข้ม ปลายกลีบมักจะห่อหรือม้วน ดอกบานเต็มที่กว้าง 8–9 ซม. เวลามีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้นจะดูสวยงามเป็นอมตะน่ารักมาก ดอกออกตลอดทั้งปีและดอกจะดกมากในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อน ส่วนเอื้องโมกข์พันธุ์แม่จะมีดอกเฉพาะช่วงระหว่างเดือนตุลาคม–ธันวาคมของทุกปี ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำต้น

ที่มา : https://www.thairath.co.th/content/1294196

Recommended Posts