In ข่าวสารจาก บก.ปทส.

ฉก.พญาเสือ ร่วมอุทยานฯเขาแหลม ลุยตัดต้นยางรุกป่าอนุรักษ์ จ่อยึดอีกกว่า 300 ไร่ พร้อมเร่งจัดระเบียบเรือ-แพ

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หน.ชุดพญาเสือ กรมอุทยานฯ นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หน.อุทยานฯเขาแหลม นายสุภาพ งามทองเหลือง ผช.อช.เขาแหลม พ.ต.ต.ณหริ เทพจักรินทร์ สว.บก.ปทส.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ อช.เขาแหลม อช.ลำคลองงู หน่วยป้องกันรักษาป่า กจ.10 ทหาร กอ.รมน. ทหารฉก.ลาดหญ้า ทหารร้อยรส. กว่า 50 นาย เดินทางไปยังบริเวณพื้นที่ป่าบ้านวังขยาย หมู่ 1 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นสวนยางพาราอายุราว 3 ปี จำนวน 10 ไร่ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดไว้เนื่องจากพบมีการบุกรุกในพื้นที่หลังปี พ.ศ.2557 โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอุทยานฯเขาแหลม เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังใช้เลื่อยโซ่ยนต์ตัดโค่นต้นยางพาราทั้งหมด ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หน.อุทยานฯเขาแหลม เปิดเผยว่า สำหรับพื้นที่เป้าหมายการทวงคืนผืนป่าที่บุกรุกพื้นที่หลังปีพ.ศ. 2547 จนถึงปี พ.ศ. 2557 ในอุทยานแห่งชาติเขาแหลม 213 แปลง เนื้อที่ 7,338 ไร่ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ดำเนินการแล้ว จำนวน 142 แปลง เนื้อที่ 5,048.28 ไร่ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ดำเนินการแล้ว 13 แปลง เนื้อที่ 206.62 ไร่ พื้นที่เป้าหมายเพื่อบังคับใช้กฎหมายผู้บุกรุกปลูกยางพาราในพื้นที่อนุรักษ์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม 52 แปลง เนื้อที่ 2,308.96 ไร่ รื้อถอนไปแล้ว 23 แปลง เนื้อที่ 840 ไร่คงเหลือยังไม่รื้อถอน 29 แปลง เนื้อที่ 1,468.96ไร่

จากนั้นนายชัยวัฒน์ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสวนยางพาราแปลงใหญ่ เนื้อที่กว่า 300ไร่ เบื้องต้นทราบว่าในจำนวนพื้นที่ 13 แปลง เป็นชื่อบุคคลเดียวกันและอีก 2 แปลง มีนามสกุลเดียวกัน เป็นที่สังเกตว่าจะเป็นลักษณะนายทุน ไม่ใช่ชาวบ้านท้องถิ่นหรือผู้ยากไร้ ซึ่งจะได้ติดตามให้ผู้ครอบครองนำเอกสารการครอบครองมาแสดงซึ่งหากไม่มีเอกสารหลักฐานการครอบครองหรือไม่ใช่ผู้ยากไร้ตามที่กฏหมายกำหนดก็จะได้ตรวจยึดคืนพื้นที่ต่อไป

ต่อมาคณะของนายชัยวัฒน์ ได้เดินทางไปยังบริเวณบ้านท่าแพริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ หมู่ 1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ โดยมีการประชุมร่วมกับชาวบ้านที่ประกอบการท้องที่อำเภอสังขละ และอำเภอทองผาภูมิ พบประชาชน ผู้ประกอบอาชีพ แพท่องเที่ยว และ แพอาศัยมารอประชุม จำนวน 40 ราย เพื่อสรุปการดำเนินการ และตรวจเรื่องการยื่นแพท่องเที่ยวและยื่นการใช้เรือในเขื่อนวชิราลงกรณ์ โดยมีผู้ยื่นไว้ทั้งหมด เรือบริการ อ.สังขละบุรี 63 ราย 99 ลำ อ.ทองผาภูมิ เรือ 10 ราย 33 ลำ วัดระดับเสียง ได้เฉลี่ย 78 -80 เดซิเบล ถือว่าผ่านการตรวจสอบ ซึ่งการควบคุม มาตรฐานกรมขนส่งทางบกการใช้ระดับเสียงของเรือต้องไม่เกิน 90 เดซิเบล

นายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า แนวทางการจัดระเบียบ เรื่องแพการท่องเที่ยวที่ต้องไปอยู่ในโซนบริการ ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้กำหนดเป็นพื้นที่และจัดแนวเขตควบคุมอย่างชัดเจน และได้มีระเบียบควบคุมตามแบบที่กรมฯ กำหนดให้ และแนวทางหารือ เช่น ต้องไปอยู่ในพื้นที่ตัดให้ทุกราย ผู้ประกอบการายใดไม่ปฏิบัติตามถือว่าผิดระเบียบ ต้องถูกดำเนินคดี รูปแบบแพ ต้องอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน คือสามารถผ่านการตรวจสอบจากกรมเจ้าท่าอีกทางด้วย และที่สำคัญต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียถูกต้องตามกระทรวงสาธารณสุขกำหนด แต่ผู้ประกอบการบางรายที่ยังไม่พร้อม ขอเสนอเงื่อนเวลาจากสามเดือนเป็นหกเดือนนั้น ทางคณะเจ้าหน้าที่รับความเห็นและจะนำเข้าคณะกรรมการจัดระเบียบแพอีกครั้ง แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่มิได้ขัดข้องแต่อย่างใดทั้งสองฝ่าย

โดยผู้ประกอบการต่างพอใจและสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำในเรื่องของจำนวนแพ และความสะอาด สิ่งที่สำคัญคือ ทุกรายยึดตามคำขอเดิมซึ่งมีผู้ยื่นแพท่องเที่ยวจำนวน 36 ราย 122 แพ ทุกราย ผู้ประกอบการยอมรับว่าจะไม่มีการสร้างเพิ่ม ส่วนเรือยื่นขอตรวจทั้งหมด 15 ราย 33 ลำ ทั้งนี้ส่วนที่เหลือถ้ายังไม่มีการขึ้นบัญชีถ้ามีการทำผิดเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีต่อไป.

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/regional/615955

Recommended Posts