In ข่าวสารทั่วไป

matichon

เมื่อเวลา08.15น.วันที่28ธันวาคมพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี(ฝ่ายความมั่นคง) ประธาน ก.ตร.มาประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 18/2558 ที่ห้องศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)โดยใช้เวลานานร่วม 2 ชั่วโมง วาระสำคัญคือ ร่างกฎ ก.ตร.ฉบับใหม่ที่ออกตามคําสั่ง คสช. ที่ 44/2558 เรื่องการแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตํารวจ ปรากฎว่าที่ประชุมยังไม่เห็นชอบร่างกฎก.ตร.ดังกล่าว

สาระสำคัญร่างกฎ ก.ตร.ฉบับนี้ อาทิ บททั่วไป ระบุว่าการคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ให้คำนึงถึงหน้าที่ความรับผิดชอบในการดูแลทุกข์สุขของราษฎรเป็นสำคัญ โดยยึดหลักการว่าทุกพื้นที่ในราชอาณาจักรไทย ข้าราชการตำรวจมีภารกิจต้องปฏิบัติราชการทั้งสิ้น จึงให้ผู้มีอำนาจสามารถดำเนินการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ไปดำรงตำแหน่งลักษณะงานหรือพื้นที่อื่นที่ต่างจากเดิมได้ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจเกิดการเรียนรู้การทำงานรอบด้าน หรือพื้นที่หลากหลายอันเกิดประโยชน์ต่อทางราชการ ขณะที่มีการกำหนดให้ข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก.ลงมาแจ้งภูมิลำเนาและจังหวัดที่ครอบครัวพักอาศัยด้วย

ร่างกฎ ก.ตร.ฉบับที่ไม่ผ่านนี้ ได้ปรับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งในระดับต่างๆ ดังนี้ ตามกฎ ก.ตร.เดิมในปี 2549 จากรอง สว.เป็น ผบก. ใช้เวลา 23 ปี แต่ตามร่างกฎ ก.ตร.ฉบับใหม่ จะใช้เวลา 29 ปี ดังนี้ จากรอง สว.เป็น สว. เดิมต้องใช้เวลาอย่างน้อย 7 ปี เพิ่มอีก 1 ปี เป็น 8 ปี จาก สว.เป็นรองผู้กำกับการ (รอง ผกก.) จากเดิม 5 ปี เพิ่มอีก 1 ปี เป็น 6 ปี จากรอง ผกก. เป็น ผกก.เดิมใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปี เพิ่มอีก 1 ปี เป็น 4 ปี จาก ผกก. ขึ้นเป็นรอง ผบก. จาก 4 ปี เพิ่มอีก 1 ปี เป็น 5 ปี จากรอง ผบก. เป็น ผบก.จากเดิมครองตำแหน่งอย่างน้อย 4 ปี ร่างกฎ ก.ตร.ใหม่ ให้เพิ่มอีก 2 ปี เป็น 6 ปี

ขณะที่ ผบก. ขึ้นรอง ผบช.นั้น เดิมต้องครองตำแหน่งอย่างน้อย 3 ปี แต่ลดให้ 1 ปี เหลือ 2 ปี รอง ผบช.ขึ้น ผบช. จากเดิม 2 ปี ให้เหลือเพียงครองตำแหน่งเพียงปีเดียว ก็เลื่อนตำแหน่งเป็น ผบช.ได้ ขณะที่ ผบช.ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบ.ตร. ขยับเป็นรอง ผบ.ตร. ให้คงเดิม คือครองตำแหน่งเพียง 1 ปี ก็เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎ ก.ตร.ฉบับนี้ สามารถเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นข้ามหน่วยได้ และในร่างฉบับใหม่ได้ตัดใจความที่ว่า การแต่งตั้งสลับตำแหน่งในระนาบเดิมให้ทำเท่าที่จำเป็น เป็นประโยชน์แก่ทางราชการ ออกไป ทั้งนี้ ในการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นร่างกฎ ก.ตร.ฉบับใหม่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเป็นผู้กำหนดแนวทางในแต่ละครั้ง ขณะที่ตามกฎ ก.ตร.ฉบับเดิม การแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนตำแหน่งเท่าเดิม กำหนดให้ผ่านคณะกรรมการพิจารณาและเสนอผู้มีอำนาจแต่งตั้ง แต่ในกฎ ก.ตร.ใหม่ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาแต่งตั้งได้เลย และในข้อหนึ่ง ยังระบุด้วยว่าการแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนระดับรอง ผบก.ลงมา กรณีหัวหน้าหน่วยเห็นว่าในหน่วยไม่มีตำแหน่งเหมาะสม ให้ทำความตกลงกับผู้มีอำนาจเพื่อแต่งตั้งไปในหน่วยในภูมิภาคเดียวกันหรือหน่วยตามภูมิลำเนา

สำหรับ วิธีการคัดเลือกหรือแต่งตั้งมีการกำหนดใหม่ดังนี้1.ตามกฎก.ตร.เดิมการแต่ง ตั้งระดับผู้ช่วยผบ.ตร.ขึ้นไปให้พิจารณาเรียงตามอาวุโสแต่กฎก.ตร.ฉบับใหม่ ให้พิจารณาจากความรู้ความสามารถผลปฏิบัติงานและอาวุโสประกอบกัน2.การแต่ง ตั้งระดับผบก.ถึงผบช.ให้พิจารณาตามลำดับอาวุโสร้อยละ25ของตำแหน่งที่ ว่าง3.ระดับสว.ถึงรองผบก.พิจารณาสัดส่วนอาวุโสจำนวนร้อยละ33ของตำแหน่งที่ ว่าง 4.การแต่งตั้งในตำแหน่งที่ว่างลงในสัดส่วนที่เหลือจากสัดส่วนความอาวุโส ให้ผู้เหมาะสมทุกรายได้รับการพิจารณาเท่าเทียมกัน ขณะที่ในการแต่งตั้งรอง ผบก.ลงมาข้ามหน่วยงานให้พิจารณาได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของตำแหน่งที่ว่างลง และในการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นนอกวาระประจำปี ให้ถือผู้เหมาะสมทุกรายมีสิทธิได้รับการพิจารณา โดยไม่มีอาวุโส

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมให้ใช้ กฎเดิม ในการแต่งครั้งคราวนี้. ส่วนกรณีเยียวยาให้เป็นไปตาม มติ อนุ ก.ตร.ทุกราย  สำหรับผบ.ตร. จะใช้อำนาจตามคำสั่ง คสช. เฉพาะที่มีปัญหา. ตามความเหมาะสม. ทั้งนี้คำสั่งจะต้องเสร็จสิ้นภายใน. 31 ม.ค.59. โดยไม่ขอขยายอีกแล้ว.และ ให้ทำ บันทึกสั่งทำบัญชี. พร้อมแนวทางแต่งตั้งจะออกมาภายใน 31 ธ.ค.  

เครดิตจาก: Matichon online

สนับสนุนโดย กองบังคับการปรามปราบการกระทำผิด เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กองบังคับการปราบปราม, บก.ปทส.

Recommended Posts