In ข่าวสารจาก บก.ปทส.

วันนี้( 16 พฤศจิกายน 2560 ) เวลา 11.00 น. ที่บ้านคลองนกแก้ว ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา พันตำรวจเอกสมคิด ทิพยจักรพงศ์ ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส. รับผิดพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วยพันตำรวจเอกชาญณรงค์ ขนาดนิด ผู้กำกับ(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.ปทส. ได้นำกำลังตำรวจ ปทส.รวมกว่า 15 นาย เดินทางไปยัง สภ.วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา โดยประสานงานกับพันตำรวจเอกมีชัย กำเนิดพรม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอวังน้ำเขียว ในการประสานงานการตรวจสอบกรณีราษฏรในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมาร้องเรียนไปยัง บก.ปทส.มีการขุดตักดินในที่ดินสาธารณะนำไปทำถนน ในที่ดิน ส.ป.ก. บริเวณหมูที่ 18 บ้านคลองนกแก้ว ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียวฯ พบพื้นที่ที่มีการ้องเรียนมีการขุดตักดินด้วยกัน จำนวน 2 บ่อ มีความลึกประมาณ 5 เมตรเกิดขึ้นจริงตามเอกสารหลักฐาน และมีการทำเป็นถนนลูกรังแบ่งซอยพื้นที่เป็นล็อค จำนวน 13 แปลง โดยแต่ละแปลงมีเนื้อที่ตั้งแต่ 2-3-5 ไร่ แต่ส่วนใหญ่ มี 20-50 ไร่ รวมกว่า 300 ไร่ ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกัน โดยจำนวนนี้มีคนนามสกุลเดียวกันถึง 5 ราย/แปลง ตั้งอยู่บนสันเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ 360 องศา พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในกลางขุนเขาสลับซับซ้อน ซึ่งน่าเชื่อว่าเพื่อทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีราคาพุ่งสูง และเป็นนักธุรกิจนอกพื้นที่ อาทิ กทม. และ จ.เชียงใหม่ ไม่ใช่เกษตรกร มาถือครอง โดยมีกำนันในพื้นที่บางคนร่วมกับราษฏรทำการขุดตักดินไปขายดังกล่าว

ทั้งนี้พันตำรวจเอกสมคิด ทิพยจักรพงศ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการสั่งการของพันตำรวจเอกปัญญา ปิ่นสุข รักษาราชการผู้บังคับการ ปทส. ให้ชุดเฉพาะกิจของ ปทส.ที่ดูแลพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนำกำลังตรวจสอบและดำเนินการตามที่ได้รับแจ้งว่ามีการขุดดินในพื้นที่ ส.ป.ก. ตามนัยบันทึกฉบับลงวันที่ 26 สิงหาคม 2560 โดยได้พบมีการขุดดินทำถนนในที่ดิน ส.ป.ก. ได้มีการจัดทำบันทึกรายละเอียดที่ตรวจพบและสอบถามไปยังสำนักงานปฎิรูปที่ดิน จังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอทราบเกี่ยวกับระเบียบข้อกฎหมายที่ตรวจพบบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งทางสำนักงานปฏิรุปที่ดินได้มีหนังสือแจ้งไปยังกองบังคับการ ปทส. ว่า พฤติการณ์ที่ตรวจพบเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2560 จะต้องมีการยื่นขออนุญาตต่อ สปก. จังหวัดนครราชสีมา และ คปจ. เป็นผู้พิจารณาอนุญาต โดยสรุปที่ดินบริเวณที่ตรวจดังกล่าวถือว่ายังคงเป็นที่ของรัฐ เมื่อตรวจพบผู้กระทำพร้อมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดกระทำการขุดดินถือว่า เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9  และมีความผิดทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครอง จึงได้ประสารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการตามนัยหนังสือของสำนักงาน สปก. เพื่อร่วมกันตรวจสถานที่ที่ทำการตรวจเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2560 อีกครั้งพร้อมจัดทำบันทึก ร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิดข้างต้นต่อไป สำหรับความผิดที่เกี่ยวพันกับที่ดิน สปก.ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ สปก. ซึ่งเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายรับไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายของ สปก.ต่อไป

 

ที่มา : http://www.banmuang.co.th/news/region/95706

Recommended Posts