In ข่าวสารจาก บก.ปทส.

เป็นปฏิบัติการที่ต่อเนื่องของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องสนธิกำลังเปิดยุทธการ “ปราบปรามธุรกิจท่องเที่ยวบุกรุกป่าสงวน” สนธิกำลังหน่วยงานเกี่ยวข้องทวงคืนพื้นที่ป่าสงวนและป่าชายเลน จากกลุ่มนายทุนที่บุกรุกพื้นที่ใช้พื้นที่ป่าสงวนแสวงหาผลประโยชน์ในรูปแบบธุรกิจการท่องเที่ยว

ครั้งที่ 1 ดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและท่าเรือที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติคลองทุ่งมะพร้าวอยู่ในพื้นที่ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เข้าค้น 5 จุด ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. จุดที่ 1 ท่าเทียบเรือบริษัท บลูด้า มารีน จำกัด ตั้งอยู่ที่ 333/28 ม.7 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต บุกรุกพื้นที่ป่าสงวน 3 ไร่ และบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนบางส่วน 1 งาน ความเสียหาย 219,348.33 บาท จุดที่ 2 ท่าเทียบเรือบริษัท หาญทะเล มารีน จำกัด ตั้งอยู่ที่ 531/73 ถ.ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต บุกรุกพื้นที่ป่าสงวน 3 งาน ความเสียหาย 52,532.64 บาท จุดที่ 3 ท่าเทียบเรือบริษัท มีเร็กซ์ แอดเวนเจอร์ส จำกัด ตั้งอยู่ที่ 20/27 ม.2 ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต บุกรุกพื้นที่ป่าสงวน 1 ไร่ ความเสียหายของพื้นที่ป่า 83,641.77 บาท

จุดที่ 1-3 ปลูกสร้างสะพานไม้และโป๊ะเป็นท่าเทียบเรือล่วงล้ำไปในคลองทุ่งมะพร้าว ได้มายื่นแบบแจ้งการปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำตามคำสั่ง คสช. อยู่ระหว่างพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต จุดที่ 4 อาคารไม่ทราบเลขที่ ตั้งอยู่ที่ ม.4 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา พบบ้านหลังใหญ่ โรงรถขนาดใหญ่ สะพานไม้และโป๊ะเทียบเรือ บุกรุกพื้นที่ป่าสงวน 3 ไร่ ความเสียหาย 260,692.92 บาท จุดที่ 5 ท่าเรือทับละมุ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เป็นเรื่องที่มีผู้เข้ามาร้องเรียน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ในหลายพื้นที่มีบริษัททัวร์ทำผิดกฎหมาย “ทัวร์ต่ำกว่าทุน” ลักลอบเปิดท่าเรือในเขตป่าสงวน ลดต้นทุนในการเดินทาง และเมื่อเป็นทัวร์ที่ผิดกฎหมายจะจัดเก็บภาษีไม่ได้ และมีผลกระทบต่อระบบนิเวศ ป่าชายเลน และพื้นที่ป่าสงวน

จากเดิมที่เคยยื่นขอให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาดำเนินการกลุ่มนายทุนที่บุกรุก แต่ไม่เคยมีหน่วยงานไหนกล้าจัดการ แต่หลังจากชาวบ้านได้เห็นตำรวจท่องเที่ยว บช.ทท. เข้ามาจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จ.ภูเก็ต อย่างต่อเนื่อง จึงกลับมาให้ข้อมูลขบวนการรุกพื้นที่ป่าสงวน จ.พังงา

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ยึดนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในการทวงคืนผืนป่าจากกลุ่มนายทุน ให้ บช.ทท.สืบสวนขยายผลกลุ่มทัวร์และท่าเรือที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวน

จากการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เชื่อมต่อ จ.พังงา รุกล้ำพื้นที่ลำน้ำและพื้นที่ป่าสงวนของบริษัทนำเที่ยวอีก 4 แห่ง ใน ต.ท้ายเหมือง จ.พังงา มีสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ยื่นเข้าไปในลักษณะอาคารและท่าเทียบเรือ เป็นการประกอบกิจการธุรกิจนำเที่ยวที่รุกล้ำพื้นที่ป่าสงวน ป่าชายเลน และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศุภเดช ย้อยนวล รอง ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ผบก.ทท.3 พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1 บช.ทท. พล.ต.ต.วรวิทย์ ปานปรุง ผบก.ภ.จ.พังงา พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 บช.ทท. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว ผบก.6 บก. ทท. สนธิกำลังตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธรพังงา บก.ปทส. บก.รน. กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง กรมเจ้าท่าจังหวัดพังงา การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา สำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาภาคใต้ เขต 2 และสำนักงานสรรพากร เข้าตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและท่าเรือรับส่งนักท่องเที่ยวที่บุกรุกเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติคลองทุ่งมะพร้าวทั้ง 4 จุด

ปฏิบัติการ “ทวงคืนผืนป่า” ครั้งที่ 2 บุกจับ 4 บริษัทนำเที่ยวรุกล้ำลำน้ำและป่าสงวนในพื้นที่อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา จุดแรก ท่าเทียบเรือ บริษัท พีเค อาร์ซี มารีน จำกัด ตั้งอยู่ที่ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ตรวจสอบบุกรุกพื้นที่ป่า 5 ไร่เศษ ความเสียหาย 3.9 แสนบาท และพบสิ่งปลูกสร้างถาวรที่ไม่ได้รับอนุญาต

จุดที่ 2 ท่าเทียบเรือ บริษัท หงษ์ฟ้า ฮอลิเดย์ จำกัด ตั้งอยู่ที่ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ตรวจสอบแล้วบุกรุกเกือบไร่ มีการปรับถมดินลงไปในคลอง จุดที่ 3 ท่าเทียบเรือ แฟนแทซทิค สิมิลัน ทราเวล จำกัด ตั้งอยู่ที่ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา บุกรุกป่ากว่า 5 ไร่เศษ และพบสิ่งปลูกสร้างถาวรที่ไม่ได้รับอนุญาต

จุดที่ 4 ท่าเทียบเรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟันนี่ เดย์ ซาฟารี จำกัด ตั้งอยู่ที่ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา นำสำเนาสัมปทานป่าชายเลนที่อ้างว่าบิดาได้รับอนุญาต แต่ปัจจุบันสัมปทานหมด ยังอาศัยสัมปทานใช้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว นำนักท่องเที่ยวผ่านลงเรือโดยคิดค่าตอบแทน ตรวจสอบบุกรุกป่าชายเลน 4 ไร่ ความเสียหาย 4.5 แสนบาท พบสิ่งปลูกสร้างถาวรไม่ได้รับอนุญาต 34 รายการ

ผลการตรวจสอบท่าเทียบเรือทั้ง 4 จุด มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน 19 ไร่ บุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนบางส่วนเนื้อที่ 5 ไร่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของพื้นที่ป่าทั้ง 2 ชนิด รวม 1,880,000 บาท

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ นำตัวผู้ควบคุมอาคาร ผู้จัดการบริษัทและกรรมการบริหารของบริษัทนำเที่ยวและท่าเรือที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 แห่ง ส่งไปดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ และ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย ดำเนินคดีต่อนิติบุคคลและส่วนตัว

เป็นความชัดเจนของตำรวจท่องเที่ยวเข้ามาแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ ทั้งบริษัททัวร์นำเที่ยวผิดกฎหมาย เอาเปรียบนักท่องเที่ยว หลอกลวงต้มตุ๋น บุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งมีผลเสียหายกับภาพลักษณ์ของประเทศไทย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “ตามนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในการ “ทวงคืนผืนป่า” ได้มอบหมายให้ บช.ทท.ดำเนินการตรวจสอบ ปราบปรามการประกอบกิจการธุรกิจนำเที่ยวที่มีลักษณะรุกล้ำพื้นที่ป่าสงวน ป่าชายเลน และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ได้บูรณาการร่วมกับกรมป่าไม้ และกรมเจ้าท่า บุกจับ 4 บริษัทนำเที่ยวรุกล้ำลำน้ำและป่าสงวนในพื้นที่อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นที่สังเกตว่าบริษัทดังกล่าวมีความเกี่ยวพันกันในเรื่องของการบริหารงาน มีกลุ่มนายทุนหนุนหลังในลักษณะนอมินี โดยมีผู้บริหารของบริษัททัวร์ศูนย์เหรียญ ที่ตำรวจท่องเที่ยวเคยปราบปรามธุรกิจท่องเที่ยวบุกรุกป่าสงวน” ตรวจสอบดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด นายทุน เครือข่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อื่นๆ”

ถือเป็นผลงานสำคัญของรัฐบาลในการทวงคืนผืนป่าจากกลุ่มนายทุน ซึ่ง บช.ทท.เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบายสืบสวนขยายผลจับกลุ่มนายทุนที่บุกรุกอุทยานแห่งชาติ แสวงหาผลประโยชน์จากพื้นที่ป่าสงวนมาทำเป็นรีสอร์ต ท่าเรือ โรงแรม แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีหน่วยงานไหนกล้าเข้ามาตรวจ สอบดำเนินคดี ทำกันมานาน ทำจนชิน ถ้าตำรวจท่องเที่ยวไม่ปราบปราม คงไม่มีใครคิดทำ.

ที่มา : https://www.thairath.co.th/content/1261196

Recommended Posts