In Uncategorized, ข่าวสารทั่วไป

ไม้ต้นนี้ พบขึ้นตามป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งทั่วทุกภาคของประเทศไทย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า AGLAIA EDULIS (ROXB) WALL (A.PIRIFERA HANCE) อยู่ในวงศ์ MELIACEAE มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-20 เมตร ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก รูปใบหอก ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย สีเขียวสด ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายยอด ดอกเป็นสีเหลือง “ผล” เป็นรูปทรงกลมขนาดเล็ก ผลสุกสีเหลือง เนื้อหุ้มเมล็ดรสเปรี้ยวจัดรับประทานได้ คนเดินป่าสมัยก่อนนิยมจิ้มพริกเกลือป่นกินแก้กระหายน้ำดีมาก ใน 1 ผลจะมีเมล็ดประมาณ 1-3 เมล็ด มีดอกและติดผลตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง มีชื่อเรียกอีกคือ คังคาว (อีสาน) และยางคาว (ภาคเหนือ)

สรรพคุณทางสมุนไพร ตำรายาแผนไทยระบุว่า เปลือกต้นตากแห้ง จำนวนมากเก็บใส่โหลแก้วไว้เมื่อตกกลางคืนเอามาจุดไฟเผาในภาชนะหรือกะละมังเล็กๆ วางตามจุดต่างๆระหว่างนั่งพูดคุยกันในบริเวณบ้านเพื่อไล่ยุงได้ดีมาก สมัยก่อนนิยมกันแพร่หลายเนื่องจากได้ผลระดับหนึ่ง นอกจากนั้น เนื้อไม้กับรากต้น “ค้างคาว” ผสมกับรากต้นทองกวาวและต้นกาฝากยางเฮียงจำนวนเสมอกันต้มกับน้ำท่วมยาจนเดือด ดื่มขณะอุ่นครั้งละ 1 แก้ว วันละ 2 ครั้ง เช้าเย็นก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ จะช่วยลดอาการทางประสาทของผู้มีอาการเซื่องซึมไม่ยอมพูดจากับใคร และมีนัยน์ตาขวางเหมือนคนบ้า นั่งพูดคุยคนเดียวทั้งวัน ดื่มประจำหายได้ เปลือกต้นและผลสุกของ “ค้างคาว” มีรสฝาดและเปรี้ยว ต้มรวมกันจนเดือดดื่มแก้ท้องร่วงปวดท้อง เมล็ดรสขมต้มน้ำจนเดือดดื่มแก้โรคกระเพาะอาหารได้ด้วย

“นายเกษตร”

ที่มา : https://www.thairath.co.th/content/1192788

Recommended Posts