ความเป็นมา

ในปี พ.ศ.๒๔๓๙ รัฐบาลได้ตั้งกรมป่าไม้ขึ้นโดยให้มีหน้าที่ควบคุมการทำไม้ในประเทศ แต่ในขณะนั้นการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่ายังมิได้เข้มงวดกันอย่างจริงจังเนื่องจากป่าไม้ของเมืองไทยยังมีสภาพที่อุดมสมบูรณ์มาก ผู้ใดต้องการไม้เพื่อสร้างบ้านเรือนอยู่อาศัยก็ไปตัดไม้มาทำการแปรรูปสร้างบ้านโดยไม่มีการจับกุม หรือขายให้แก่พวกนายทุน ในการควบคุมการทำไม้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็เพียงควบคุมให้ผู้ทำไม้ ให้ทำไม้เป็นไปตามหลักวิชาการ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ไปทำการคัดเลือกตรวจสอบไม้ให้เสียก่อน เพื่อที่จะได้สงวนไม้ที่ยังไม่ได้ขนาดตัดฟันเหลือไว้เป็นพันธุ์ไม้เจริญเติบโตได้ขนาดต่อไป ในระยะนั้นการป้องกันและปราบปรามของเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ยังไม่สามารถที่จะหยุดยั้งการ ลักลอบตัดไม้ลงได้ ถึงแม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร ในพื้นที่มีอำนาจในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ตามกฎหมายก็ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้มากนัก เนื่องจากมีงานด้านอื่นๆ ที่จะต้องรับผิดชอบดำเนินการอยู่มาก

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๙๙ กรมตำรวจจึงได้จัดชุดปฏิบัติการให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการ ลักลอบตัดไม้ทำลายป่าขึ้นเป็นแผนกป่าไม้ สังกัดกองกำกับการ ๓ กองปราบปราม ทำหน้าที่สนับสนุนช่วยเหลือและประสานงานปราบปรามร่วมกับกรมป่าไม้ การดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจแม้จะมีจำนวนน้อยแต่ก็ได้ผลเป็นที่พอใจ

จนกระทั่งในปี พ.ศ.๒๕๐๓ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีและดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของป่าไม้ อันเป็นทรัพยากรที่สำคัญยิ่งจึงสั่งให้กรมตำรวจเสนอโครงการตั้งกองตำรวจป่าไม้ ต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้เบิกจ่ายเงินงบประมาณจากกองการเงิน กรมตำรวจ

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๐๔ ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย จัดตั้งกองตำรวจป่าไม้ขึ้นมาฐานะเป็น“กองบังคับการ” ขึ้นตรงในปกครองบังคับบัญชาต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมให้โอนเงินงบประมาณไปตั้งเบิกจ่ายทางกองคลัง กรมป่าไม้ จนกระทั่งมาในปี พ.ศ.๒๕๑๘ ก็ได้กลับไปตั้งเงินงบประมาณ เบิกจ่ายจากกองการเงินกรมตำรวจเช่นเดิม กองตำรวจป่าไม้ ได้ปฏิบัติภารกิจในการป้องกันปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดมา

แม้ในบางยุคได้มีแนวคิดที่จะถ่ายโอนภารกิจให้กับกรมป่าไม้เนื่องจากเห็นว่าไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของตำรวจแต่ในที่สุดรัฐบาลได้มีนโยบายปฏิรูประบบราชการโดยรวม มีการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม ทั้งระบบ กรมตำรวจซึ่งเดิมสังกัด กระทรวงมหาดไทย ได้เปลี่ยนแปลงเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขึ้นการบังคับบัญชาโดยตรงจากนายกรัฐมนตรี มีการรวบรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตำรวจมาชำระและตราขึ้นเป็น พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ และได้ออกพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการหน่วยงานระดับกองบัญชาการและกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการระดับกองบังคับการ “กองตำรวจป่าไม้” จึงได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างเป็น“กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางตั้งแต่วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๘ และต่อมาได้ปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างอีกครั้ง ปรากฏในปัจจุบัน เป็น “กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตั้งแต่วันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๒ เป็นต้นมา