In ข่าวสารจาก บก.ปทส.

390395

 การปฏิบัติการขยายผล ต่อกลุ่มขบวนการลักลอบไม้พะยูงรายใหญ่ข้ามชาติ ที่ยิงต่อสู้ขัดขวางการเข้าจับกุมของชุดปฎิบัติการพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ และเจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายได้3รายและหลบหนีไปได้เกือบ 20ราย

ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่จาก 4หน่วยงานหลักได้แก่ ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ศปก.พป) ,สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ,โดยกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค3,โดยกองบัญชาการสอบสวนกลาง และโดยกองบัญชาการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม,ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่4 กอ.รมน.และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการพอกเงิน รวมบูรณาการเพื่อขยายผลต่อกลุ่มขบวนการให้ถึงที่สุด

สืบเนื่องจากกรณีหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) พร้อมชุดปฏิบัติการของศูนย์พิทักษ์ไพร(ศปก.พป) ชุดปฎิบัติการของ ศปป4.กอ.รมน.ได้เข้าปิดล้อมจับกุมและกลุ่มคนร้ายได้ต่อสู้และขัดขวางการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ เกิดการปะทะกับกลุ่มขบวนการลักลอบทำไม้มีค่าหายาก ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาภูหลวง บริเวณสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ จากการเข้าปฎิบัติการ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในระหว่างเกิดเหตุจำนวน3ราย และ กองบังคับการตำรวจภูธรภาค3 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ ตันตินวนะชัย รอง ผบช.ภ3.และ พล.ต.ต.สุภากร คำสิงห์นอก ผบก.สส.ภ3.ได้ออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการอีก 17 ราย และความคืบหน้าล่าสุดสามารถติดตามจับกุมได้อีก 2ราย และคณะเจ้าหน้าที่ได้บูรณาการร่วมกันเพื่อขยายผลพบว่าขบวนนี้เป็นขบวนการใหญ่ระดับต้นของประเทศ  ผู้ร่วมขบวนการจำนวนมากและผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับพบว่าเป็นชาวไทยที่มีคดีลักลอบไม้พะยูงหลายคดี และชาวเวียดนาม ซึ่งมีพฤติกรรมไม่เกรงกลัวการบังคับใช้กฎหมายจากเจ้าหน้าที่

ความคืบหน้าจากการบูรณาการของหน่วยขยายผล พบว่าขบวนการที่ผ่านมา   กลุ่มขบวนการลักลอบทำไม้มีค่าหายากข้ามชาติ ท้องที่จังหวัดนครราชสีมาและปราจีนบุรี  ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อมภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าแห่งชาติ (คปป.)โดยการอำนวยการของ นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ พล.ท.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข.ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน.

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม  2560  นำโดย พ.ต.อ. ปัญญา ปิ่นสุข รักษาการแทนผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ ศปป4.กอ.รมน. นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร (ศปก.พป)และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย หมวด รส. ร.9 พัน.1 (โดย ร.อ. วัฒนา กุณา) ได้ลงพื้นที่เป้าหมายตรวจสอบขยายผลรถยนต์ของกลางในคดี เป็นรถISUZU สีขาว ทะเบียน ๑กต ๗๔๑๖ กทม.ซึ่งตรวจสอบพบว่าปลอมแปลงทะเบียน และทะเบียนที่แท้จริง คือ ฆค ๙๓๔๔ กทม. จากการตรวจสอบเลขเครื่อง JE9657 เลขแชสซิส MP1TFR85HBT119058 ซึ่งเป็นรถยนต์ของกลางในคดีดังกล่าว และ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบขยายผล ในวันนี้ (๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๐) มีนางปาทิตา ไชยชิต แสดงตนเป็นเจ้าของบ้านนำตรวจค้น และมี น.ส. นภกมล แก้วฉายแสง เลขบัตรประชาชน ๓๑๐๑๔๐๑๒๙๗๗๙๓ มีความเกี่ยวข้องเป็นน้องสาวของนางปาทิตาฯ ให้การว่าเป็นผู้ใช้รถยนต์ทะเบียน ฆค ๙๓๔๔ โดยใช้ชื่อ น.ส. จิตรตรานิจ ไชยชิต เป็นผู้เช่าซื้อ และเกิดปัญหาทางการเงินจึงนำรถยนต์คันดังกล่าวไปจำนำที่เต้นท์รถแห่งหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๗ มาทราบภายหลังว่าเต้นท์รถได้ขายรถคันดังกล่าวไปแล้ว และ  ไม่ทราบเรื่องรถยนต์คันดังกล่าวอีกเลย และพร้อมจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อไป

จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมเข้าตรวจสอบบริเวณเตนท์รถยนต์ ของบริษัท เจ .เค.สมาร์ท คาร์ จำกัด ซึ่งเป็นเต็นท์รถยนต์ซึ่ง น.ส.นภกมล แก้วฉายแสง ให้การว่าได้นำรถยนต์คันที่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจยึดจับกุมได้ขณะขนไม้พะยูง มาจำนำไว้ตั้งแต่ปี 2557 และภายหลังไม่ทราบว่าถูกขบวนการนำไปขนไม้พะยูงได้อย่างไร ทางด้านนาย ธนณัฏฐ์ สมบัติอมรกุล อ้างว่าไม่สามารถจำได้ว่าเป็นรถคันไหน เพราะตนเองรับจำนำไว้จำนวนมากและกล่าวอ้างว่าน่าจะเป็นรถที่ นายภูธดา(โอ)นายหน้าค้ารถยนต์นำมาจำนำไว้และได้ขโมยออกไปจำนวน 4คันหลายปีมาแล้วแต่ไม่ได้มีการแจ้งความไว้แต่อย่างใด พ.ต.อ. ปัญญา ปิ่นสุข รักษาการแทนผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงเชิญนาย ธนณัฏฐ์ สมบัติอมรกุล และผู้เกี่ยวข้องเพื่อไปบันทึกสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อขยายผลตามหาผู้กระทำผิดต่อไป

ด้าน   พ.ต.อ. ปัญญา ปิ่นสุข รักษาการแทนผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่าวันนี้เป็นการบูรณาการกันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกองบังชาการสอบสวนกลาง สำนักงานงานตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งเจ้าหน้าที่จาก กองบังคับการการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุมครองผู้บริโภค เข้าร่วมตรวจสอบและตรวจพบว่าเตนท์รถยนต์ดังกล่าวที่เข้าตรวจสอบมีการกระทำผิด พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อีกด้วย

คดีนี้  ทาง.ต.อ. ปัญญา ปิ่นสุข รักษาการแทนผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่าวันนี้เป็นการบูรณาการกันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกองบัญชาการสอบสวนกลาง สำนักงานงานตำรวจแห่งชาติจะร่วมบูรณาการขยายผลต่อกลุ่มขบวนการให้ถึงที่สุด

นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่าคดีดังกล่าวถือว่ามีความอุกอาจของกลุ่มขบวนการมาก กลุ่มขบวนการเคยกระทำผิดทางด้านคดีไม้พะยูงมาจำนวนหลายคดี หลายท้องที่แต่ไม่ยอมหยุดการกระทำและจากการตรวจสอบพบน่าจะเป็นกลุ่มขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติขบวนการใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งได้ประสานบูรณาการทุกหน่วยงานให้ขยายผลให้ถึงที่สุด รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบขยายผลทางการเงินเพื่อขยายผลร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการพอกเงิน ดำเนินการยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม   หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร  ให้ข้อมูลเพิ่มเติ่มว่าต้นพะยูงสองต้นดังกล่าว ต้นแรกเป็นต้นพะยูนยักษ์ขนาดความโต 300  เซนติเมตรได้ถูกตัดฟันลักลอบออกไปเมื่อวันที่ 28กันยายน2560ที่ผ่านมา    และ  เมื่อวันที่ 2   ตุลาคม2560 ก็ถูกตัดโคนลงอีกต้นและตัดทอนออกเป็น6ท่อน แต่กลุ่มคนร้ายยังไม่สามารถลักลอบออกไปได้ ชุดปฎิบัติการได้ร่วมกับนาย ประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน นำกล้องNCAPS นำไปติดตั้งเพื่อสอดส่อง และ ป้องกันการเข้ามาลักลอบไม้พะยูงที่เหลือจำนวน 2 ต้น   ที่มีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกันและอยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่กลุ่มขบวนการก็ไม่เกรงกลัวนำกำลังไม่ต่ำกว่า23 คนพร้อมรถยนต์จำนวนหลายคันเข้ามาลักลอบขนย้ายออกไป โดยขนย้ายกันริมถนนทางหลวงหมายเลข 304ซึ่งมีความพลุกพล่านมากซึ่งถือว่าอุกอาจมาก    ต้นพะยูงดังกล่าวถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดแล้วตั้งแต่เคยพบมา และ  ทางสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อม สะแกราชกำลังจะใช้เนื้อเยื่อของต้นพะยูงต้นดังกล่าว สำหรับการขยายพันธ์ แต่ก็ถูกตัดโค่นไปเสียก่อนเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่จะหาแม่พันธุ์ขนาดใหญ่แบบนี้ที่ไหนได้อีก และในวันพรุ่งนี้จะบูรณาการหน่วยงานลงพื้นที่ขยายผลต่อเนื่องกับกลุ่มขบวนการอีกเป็นการต่อเนื่อง.

ที่มา : http://www.kaojorleuk-media.com/archives/66307

Recommended Posts