In ข่าวสารทั่วไป

กระแจะ หรือ HESPERETHUSA CRENULATA ROXB อยู่ในวงศ์ RUTACEAE มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เป็นไม้ยืนต้น สูง 3-8 เมตร เปลือกต้นเป็นสีน้ำตาลอ่อน มีรอยแตกเป็นร่องลึกตามแนวยาวของลำต้น ตามกิ่งก้านมีหนามแหลมและยาว ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ มีใบย่อยจำนวน 7 ใบ เป็นรูปรีปลายใบแหลม โคนมน สีเขียวสด

ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ มีกลีบดอกจำนวน 4 กลีบ โคนเชื่อมติดกัน กลีบดอกเป็นสีขาว เมื่อดอกบานเต็มที่ปลายกลีบจะงองุ้มลง มีเกสรตัวผู้ 8 อัน เกสรตัวเมีย 1 อัน ลักษณะเป็นรูปแจกัน สีเขียว “ผล” รูปทรงกลม ติดผลเป็นช่อหรือเป็นพวง 8-10 ผล ผลสุกเป็นสีดำ มีเมล็ดขนาดเล็กหลายเมล็ด มีดอกและติดผลตลอดทั้งปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง

นอกจาก ชื่อต้น “กระแจะ” แล้วยังมีชื่ออื่นเรียกอีกคือ พญายา (ภาคกลาง) ขะแจะ (ภาคเหนือ) และ ตุมตัง (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) พบขึ้นทั่วไปเกือบทุกภาคของประเทศไทย คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นต้นเดียวกันกับที่คนโบราณนำไปทำเป็นแป้งประทินโฉม ซึ่งต้องขอยืนยันว่าเป็นคนละต้นกัน เคยมีต้นแท้ขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 21 แผง “คุณพร้อมพันธุ์” ปัจจุบันจะยังมีต้นวางขายอยู่หรือไม่ต้องติดต่อสอบถามกันเอาเอง

สรรพคุณทางสมุนไพร ควรรู้เกี่ยวกับต้น “กระแจะ” คือ ใบสดกะจำนวนพอประมาณต้มกับน้ำดื่มครั้งละ 1 แก้ว วันละครั้งก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ แก้คนเป็นโรคลมบ้าหมู (โรคลมชัก ซึ่งสมัยก่อนคนเป็นกันเยอะ) รากสดจำนวนตามต้องการหรือพอประมาณต้มกับน้ำจนเดือดดื่มเป็นยาถ่าย และแก่นสดหรือแห้งใช้ดองกับเหล้าขาว 40 ดีกรี จนเนื้อยาออก กินวันละ 3 เวลา ครั้งละ 1 แก้วเป๊ก ก่อนอาหารและก่อนนอน เป็นยาแก้กษัย โลหิตพิการ และดับพิษร้อนในกายได้เด็ดขาดนัก เหมาะจะปลูกทั้งแบบลงดินกลางแจ้งหรือปลูกลงกระถาง ตั้งในที่มีแดดส่องถึงทั้งวัน เพื่อใช้ประโยชน์คุ้มค่ามากครับ.

ที่มา : https://www.thairath.co.th/content/1220918

Recommended Posts